SiRiKul's profile"อาจไม่ใช่สุดที่รัก...แต...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
January 21 รู้มั๊ยวันนี้วันไร?<ขอพูดถึงBlogของคราวที่แล้วนิดนึง ไม่น่าอัพเลยตู โดนแซวเละ ==' 55++เม้นก็ไม่เม้นกันนะยังมาแซวเชอะ>
22 มกราคม (แต่ทำไมในสเปสบอกว่า 21 หว่า?) รู้มั๊ยวันนี้วันอะไร วันนี้ เมื่อปีที่แล้ว เป็นวันที่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึง ออกจากบ้านด้วยใจสั่นๆเล็กน้อย (เป็นอะไรรึป่าวน๊า โทรศัพท์ก็ไม่รับตั้งหลายวัน) ไม่รุ้เหมือนกันว่าทำไม พร้อมกระเป๋าใบใหญ่เหมือนทุกวัน แต่เพิ่มเสื้อผ้าลงไปด้วย(วันนี้จะม่ะกลับบ้าน) และของอย่างนึงสำหรับคนคนนึง แล้วก็เรื่องราวอีกเยอะแยะมากมายที่อยากจะบอก อยากจะคุยให้เข้าใจ เปิดใจกัน อยากสารภาพ อยากจะไปเล่าให้ฟัง รวมถึงไประบายให้ฟังด้วย (เอาให้หายคิดถึงเล้ย) พร้อมจะไปยังที่ที่นึง แต่...ก็กลายเป็นว่าต้องเปลี่ยนจุดหมายกลางคัน เพราะคงมีแรงไปต่อไม่ไหว ทำตัวไม่ถูก หลังจากดีใจได้เพียงเสี้ยววินาทีด้วยเสียงแมสเสจจากคนที่รอ น้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว (ยังไม่ทันหุบยิ้มเลย) เหมือนมันเคว้งคว้างมาก เหมือนไม่มีตัวตน ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี ไปไหนไม่ถูกแล้ว เปลี่ยนเป็นไปห้องเพื่อนแทน ไม่ขอบอกละกันว่าหลังจากนั้นเป็นยังไง แต่บอกได้เลย ไม่ร้องซักแอะ แต่มันทรมานยิ่งกว่านั้นอีก!! เหตุผลทุกเหตุผลที่บอกมา พยายามที่จะเข้าใจ แต่พอตกดึกไม่ได้นอน ร้องไห้ตาบวม
แล้วก็ต้องตื่นมาตอนเช้าตรู่เพื่อที่จะทำงาน รับงานเค้าไว้แล้วจะยกเลิกก็ไม่ทันแล้ว อย่างน้อยที่สุดก็ยังพอที่จะแยก หน้าที่ ความรับผิดชอบ ออกจากเรื่องส่วนตัวได้บ้าง ลงรถทำงานต้องยิ้มแย้มนะ ยิ้มกับทุกคน ขึ้นรถก้มหน้าร้องไห้ ไปไม่รุ้กี่ที่ ลงรถยิ้ม ขึ้นรถร้องไห้ เป็นอย่างนี้ทั้งวัน หลังจากวันนั้น ร้องไห้ทุกวัน น้ำตาคลอตลอดทั้งวัน กลางคืนร้องทุกคืนนอนยังไงก็นอนไม่หลับ จนตาอักเสบต้องหยอดตา-กินยา ทำยังไงมันก็ไม่หลับ แล้วก็ร้องอยู่นั่นแหละ จนไม่ไหวแล้ว กินยานอนหลับ (เภสัชบอกว่าให้เรียกว่ายาแก้เครียด แต่กินแล้วหลับ==') กินได้ 5 วันมั๊ง ไม่เอาแล้วดีกว่า ไม่ใช่อะไรนะ กลัวว่าเค้าโทรมาแล้วจะไม่รุ้ตัวแล้วไม่ได้รับสาย (ทุกวันนี้ก็เลยยังนอนม่ะหลับ)หลังจากนั้นซักพักถึงได้คุยกัน คำถามที่ว่ามีอะไรจะพูดกับมั๊ย แล้วตอบกลับไปว่าเยอะแยะเลย แต่ความจิงไม่ใช่หรอก มีอยู่แค่ประโยคเดียวเลยที่อยากพูด แต่ก็ไม่ได้พูดนะ จนถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่พูด "กลับมาได้มั๊ย อย่าทิ้งเอ๋เลยนะ กลับมาเป็นเหมือนเดิมเถอะ" ที่ไม่พูดเพราะรู้ ถ้ากลับมา สิ่งที่มีมากกว่า"ความรัก" คือ "สงสาร" ซึ่งไม่ต้องการ ทุกวันนี้ยอมรับว่า ยังรัก ยังเป็นห่วง แล้วก็ยังร้องไห้อยู่ ไม่รุ้เหมือนกันว่าทำไม
....จนถึงวันนี้ปีนึงเต็มๆ ที่ยังดื้อ ยังรั้น จนบางครั้งลืมว่าควรจะรักตัวเองบ้าง ลืมคำว่าพอดี ลืมนึกไปว่าอะไรควร ไม่ควร ไม่รุ้จักคำว่าขอบเขตว่ามันควรจะได้แค่ไหน ถ้าเราอยากจะทำอะไรเพื่อใครซักคนแล้วเค้าอาจจะอึดอัดใจ เค้าไม่ได้จะสบายใจ เค้าไม่ได้จะต้องการ มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำแล้วล่ะ ต้องรอให้มีคนมาพูดแทงใจก่อน ถึงจะคิดได้เนอะ ทั้งๆที่ควรจะคิดอะไรเองได้ตั้งนานแล้ว หลังจากวันนี้ คงมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหลายๆอย่าง แต่ทุกคำพูดที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้จะไม่เปลี่ยนนะ จะดีใจมากๆที่อย่างน้อย คำว่า ความไว้ใจ ยังอยู่กับเรา ไว้วางใจที่ยังจะคุยและรับฟังกันได้ทุกเรื่อง ไว้ใจในอะไรอีกหลายๆอย่าง
"ขอบคุณ สำหรับทุกๆอย่างนะคะ ขอบคุณที่สอนให้ได้รู้อะไรหลายๆอย่าง ขอบคุณที่ทำให้วันนี้เด็กคนนี้เริ่มที่จะโตซะที ขอบคุณเรื่องราวดีๆที่ผ่านมา"
"ต่อจากวันนี้ ขอรักตัวเองบ้างละกันนะคะ" ........แล้วต่อไปเป็นไง ค่อยว่ากันอีกที (โห...ยาวว่ะ)
...ถ้าชั้นบังเอิญเป็นคนเดินจากไป
ถ้าชั้นไม่ต้องเผชิญทุกสิ่งอย่างนี้
ถ้าชั้นเป็นคนไม่คิดอะไร แค่ลืมใครก็ทำได้ลง
ชั้นก็คงไม่เป็นอย่างนี้
ถ้าชั้นเป็นคนไม่คิดอะไร
ชั้นก็คงลืมเธอซักที...
(ความจริงจะเอาเพลงก้อนหินกับนาฬิกาด้วย
แต่เอาเพลงนี้ดีก่าเอา 2 เพลงเด๋วยาวเกิน)
(คงไม่ได้อัพอีกนานนะ ช่วงนี้งานเข้า
แต่คงจะออนเอ็มตอนดึกๆนะจ๊ะ)
..............(",)............... January 03 ลืมคิดไปจริงๆ Blog คราวที่แล้ว เพิ่งจะอัพไป บอกว่า "แค่การได้เห็นคนที่เรารัก ได้หัวเราะอยู่กับใครซักคน ที่เค้ารักมากที่สุด..นั่นแหละ คือความสุขของการได้รัก...อย่างจริงใจ" ยินดี แล้วก็ดีใจ ที่เห็นเค้ามีความสุข แต่ลึกๆก็มีคิดอยุ่เหมือนกัน ถ้าวันนึงมันไม่เป็นอย่างที่เค้าคิด ถ้าผิดหวัง เสียใจขึ้นมา เค้าจะเป็นยังไง แต่สิ่งที่ลืมคิดก็คือ.."แล้วเราจะเป็นยังไง" แล้วมันเกี่ยวอะไรกันจริงม่ะ แต่มันเกี่ยวนี่สิ
เมื่อคืนเสียงเรียกเข้าของเพลงๆนึงในโทรศัพท์ดัง ใจก็สั่นๆเหมือนเดิม พอรุ้เรื่อง ได้ฟังเค้าระบาย เล่าเรื่องราวให้ฟัง ฟังไปน้ำตาไหลไป ไม่รุ้ทำไมเหมือนกัน มันไหลออกมาเอง แต่ก็ไม่รุ้จะพูดอะไร มันพูดไม่ค่อยออกอ่ะ พูดไปเท่าที่ทำได้ ความรุ้สึกตอนนั้นเค้าคงไม่อยากจะรับรุ้รับฟังอะไรซักเท่าไหร่ แล้วอีกอย่างก็รู้ว่าความจริงเรื่องราวของเรา2คนแทบจะไม่ได้อยุ่ในความทรงจำของเค้าเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ยังยินดี ดีใจที่อย่างน้อยเค้าก็ยังไว้ใจที่จะคุยกับเรา แต่กลายเป็นเราซะเองที่ช่วยอะไรเค้าไม่ได้เลย โมโหตัวเองอยุ่เหมือนกัน แต่ก็บอกให้รุ้ไว้แล้ว โทรศัพท์เครื่องนี้ไม่เคยปิดนะ แล้วก็ไม่เคยที่จะไม่รับสายเค้า พอวางสาย ร้องไห้ซะหยั่งกะโดนเองงั้นแหละ ใจหายอยุ่เหมือนกันนะ แต่ก็ไม่รุ้ดิ ยังไงก็ "สู้ๆละกันนะคะ ยังมีอะไรที่ต้องทำอีกเยอะแยะนะ อย่าทำให้ตัวเองแย่นะ เป็นห่วง"
ถ้านับวันจิงๆมันก็จะปีนึงแล้วนะ แต่ว่าก็ยังไม่ลืม ..เวลามันไม่ได้เป็นเครื่องตัดสินนะ ว่าใครจะรักใครมากกว่า คนที่เจอก่อนเราต้องรักเค้ามากกว่า คนที่อยู่ด้วยกันนานกว่าย่อมรักกันมากกว่าคนที่อยุ่ด้วยกันน้อยกว่า มันไม่ใช่อ่ะ แล้วอะไรล่ะ ที่ทำให้รุ้ว่า เราก็รักเค้าไม่ได้น้อยไปกว่าใคร...
ก็มีคนถามนะ ว่าคนเข้ามาในชีวิตเยอะแยะ ทำไมไม่เลือกใครไปซักคน ก็นี่ไง เลือกแล้ว เลือกที่จะไม่เลือก มันก็คือการเลือกไม่ใช่หรอ ไม่บอกเหตุผลละกันนะว่าเพราะอะไร
"สงสัยโลกนี้คงมีความรักเหลืออยุ่น้อยเต็มที คนเราถึงโหยหาความรักกันมากมายขนาดนี้"...
ก็ยังเหมือนเดิมนะ
.....(",)...... |
|
|